ความหวานที่ทำเอามีผลกระทบกระเทือนต่อทางด้านสติปัญญา

เพราะว่าผู้ที่ชื่นชอบ ความหวาน แต่ก็รักสุขภาพเหมือนกัน ก็คงจะมองสารหวานเป็นช่องทาง แต่ขอบอกเลยว่าการทานในปริมาณน้อย มิใช่สิ่งที่มาทดแทนความหวานแล้วคุณเองจะกินไม่ยั้ง ซึ่งจะมีสารประกอบไปด้วยที่จะส่งผลร้ายต่อสมองของคุณเช่นเดียวกัน สารที่ให้ความหวานจะมีความหวานยิ่งกว่าน้ำตาลซูโครส ที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มบางชนิด ที่จะมีวัตถุประสงค์ในการใช้เพื่อผู้ป่วยที่มีความต้องการแบบจำกัดภายในการบริโคน้ำตาล

 
ความหวาน
เพราะสารที่ให้ ความหวาน แทนน้ำตาลนั้นคือ สารที่มีอยู่ในส่วนประกอบของเคมี คือ กรดแอสพาติก ซึ่งเป็นสารที่จะมีการกระตุ้นของเซลล์ทางด้านสมอง เมทานอล และยังรวมถึงฟินิลาลานีน ที่จะเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการวิตกกังวล พูดไม่ชัด ความหวาน และเกิดอาการคลายเครียด หากใครที่ได้รับกรดแอสปาร์ติกเข้าไปอยู่ภายในเซลล์สมองที่เป็นปริมาณมาก ๆ จากผู้ที่บริโภคน้ำตาลเทียม ก็จะส่งผลเซลล์สมองมีการได้รับความเสียหายในปริมาณแคลเซียมที่สูงมากจนเกินไป คงจะทำให้เซลล์ประสาทเกิดความผิดปกติได้  ดังนั้น แอสปาร์เทมจึงได้ถูกห้ามให้ใช้กับผู้ป่ายที่เป็นโรค เพราะว่าจะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ได้เรียกว่า ฟีนิลคีโตนูเรีย  ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคจะไม่สามารถใช้ได้ และกำจัดสารที่อยู่ในส่วนผสมของแอสปาร์เทมได้แบบปกติ เป็นเหตุให้เกิดการสะสมสารเคในสมองได้นั่นเอง
 
ดังนั้นความหวานที่ทุกคนอาจเลือกรับประทานนั้น คงจะทำให้เกิดเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย หรือว่าตัวท่านเอง ดังนั้นก่อนที่จะกินควรตรวจสอบร่างกายเสียก่อน  ว่าพร้อมที่จะทานมากน้อยหรือไม่ ถ้าคุณเป็นโรคก็ไม่ควรที่จะทานอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเสียชีวิตก็เป็นได้